Categories
Special Content

กระจกหกด้านส่อง “เอมิเลียโน มาร์ติเนซ” ยอดนายประตูที่คนรักเท่าผืนหนัง คนชังเท่าผืนเสื่อ

ไม่ว่ารักหรือเกลียดเอมิเลียโน มาร์ติเนซ นายทวารจอมหนึบของสโมสรแอสตัน วิลลาและทีมชาติอาร์เจนตินา แต่ปฏิเสธได้ว่า “เอมิ” เป็นผู้รักษาประตูคนหนึ่งที่มีฝีมือระดับเวิลด์คลาสในทศวรรษ 2020

มาร์ติเนซเป็นหนึ่งในกุญแจดอกสำคัญที่ไขประตูพาอาร์เจนตินาครองแชมป์โลกที่รอคอยเป็นเวลา 36 ปี ซึ่งทำให้เขารับรางวัลถุงมือทองคำในฐานะผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมของเวิลด์คัพ 2022 ที่ประเทศกาตาร์ และล่าสุดปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มาร์ติเนซได้รับเลือกให้เป็นผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมประจำปี 2022 ของฟีฟา

ระหว่างพิธีมอบรางวัล ช่างภาพจับสีหน้าที่ไร้อารมณ์ของคิลิยัน เอ็มบัปเป ยอดกองหน้าทีมชาติฝรั่งเศส ซึ่งทำแฮททริกในนัดชิงชนะเลิศก่อนแพ้อาร์เจนตินาในการดวลจุดโทษ เปรียบเทียบกับใบหน้ายิ้มแย้มชื่นชมของลิโอเนล เมสซี กัปตันทีมชาติอาร์เจนตินา เป็นหลักฐานยืนยันที่ก่อนหน้านี้ สื่อมวลชนฝรั่งเศสเคยตีตราประทับนายด่านวัย 30 ปีว่า The most hated Argentine.

เหตุผลไม่ใช่เพราะเคืองแค้นที่มาร์ติเนซดับความหวังฝรั่งเศสที่จะชูถ้วยเวิลด์คัพสมัยที่สองติดต่อกันหลังจากงัดฟอร์มซูเปอร์เซฟป้องกันลูกยิงของร็องดาล โกโล มูอานี ก่อนหมดเวลาพิเศษ แถมยังเซฟลูกจุดโทษของคิงส์เลย์ โกมัน แต่เป็นการโยนบอลทิ้งเพื่อก่อกวนสมาธิจนโอเรเลียง ชูอาเมนี ซัดบอลออกข้าง

ขอบคุณภาพจาก  https://www.bbc.com/sport/football/64115904

หลังจากรับรางวัลถุงมือทองคำบนแท่นพิธี มาร์ติเนซยังแสดงกิริยาไม่สุภาพด้วยการเอาโทรฟีไปจ่อเป้ากางเกง ต่อจากนั้นยังเรียกร้องให้ยืนไว้อาลัยหนึ่งนาทีให้กับเอ็มบัปเปในห้องแต่งตัวนักกีฬาด้วย แค่นั้นยังไม่พอหลังกลับไปประเทศอาร์เจนตินา เขายังถือตุ๊กตาหน้าเอ็มบัปเปขณะร่วมขบวนพาเหรดฉลองความสำเร็จกลางกรุงบัวโนสไอเรสต์

ภายหลังงานประกาศผลรางวัลของฟีฟา มาร์ติเนซพยายามบรรเทาความเกลียดชังของคนฝรั่งเศสด้วยการพูดผ่าน TMC สถานีโทรทัศน์ของฝรั่งเศส ว่า “ด้วยความสัตย์ ผมรักประเทศฝรั่งเศส ผมเคยไปพักผ่อนช่วงวันหยุดที่นั่นหลายครั้ง ผมรักคนฝรั่งเศส ผมยังนอนห้องเดียวกับนักเตะฝรั่งเศสสองคนจากแอสตัน วิลลา”

“สำหรับทีมชาติฝรั่งเศส พวกเขาเกือบทำสิ่งที่ไม่น่าเป็นไปได้คือ รักษาแชมป์โลก พวกเขายังชนะเลิศเนชันส์ ลีก เมื่อปี 2021เชื่อเถอะพวกเขามีอนาคตที่ยิ่งใหญ่รออยู่เบื้องหน้า”

ถึงกระนั้นยังคงเป็นไปได้ว่า มาร์ติเนซยังเป็นคนอาร์เจนไตน์ที่โดนเกลียดมากที่สุดในฝรั่งเศสอยู่ดี

สองปีครึ่ง จากตัวสำรองเป็นนายประตูเวิลด์คลาส

มาร์ติเนซใช้เวลาสองปีครึ่งเปลี่ยนตัวเองจากดินกลายเป็นดาว จุดเริ่มต้นอยู่ในเดือนกันยายน 2020 เมื่อย้ายมาอยู่แอสตัน วิลลา ด้วยค่าตัว 20 ล้านปอนด์ (รวมแอดออน) หลังจากมีโอกาสลงเป็นตัวจริงเกมพรีเมียร์ลีกแค่ 13 นัดให้กับอาร์เซนอลระหว่างปี 2012 ถึง 2020

ขอบคุณภาพ https://www.premierleague.com/news/1832188

ที่ตู้ล็อคเกอร์ มาร์ติเนซติดรายการเป้าหมายที่เขามีไว้พุ่งชน หนึ่งในลิสต์คือต้องเป็นผู้รักษาประตูที่เก่งที่สุดในโลก ซึ่งตอนนั้นดูเหมือนเป็นเป้าหมายที่เกินความจริงไปหน่อยสำหรับนายทวารที่ไม่เคยเป็นมือหนึ่งของต้นสังกัด แถมระหว่างอยู่ในสัญญากับอาร์เซนอล เขาถูกปล่อยยืมตัวให้หกสโมสรคือ ออกซ์ฟอร์ด, เชฟฟิลด์ เวนสเดย์, รอตเธอร์แฮม, วูลฟ์แฮมป์ตัน, เกตาเฟ และเรดดิง มีสถิติเล่นบอลลีกรวมกันเพียง 16 นัด

แต่นับจากเซ็นสัญญากับวิลลา มาร์ติเนซไม่เพียงได้สองรางวัลใหญ่ของผู้รักษาประตู แต่ยังมีเหรียญชนะเลิศโคปา อเมริกา และเวิลด์คัพ คล้องคอ

นีล คัทเลอร์ อดีตโค้ชผู้รักษาประตูที่ทำงานให้วิลลามายาวนาน เป็นคนหนึ่งที่เห็นพัฒนาการของมาร์ติเนซตลอดสองปีครึ่ง เขาเป็นคนชวนนายทวารอาร์เจนไตน์มาร่วมทีมเดอะ ไลออนส์ แห่งมิดแลนด์ส ก่อนกลายเป็นเพื่อนสนิทและนักจิตวิทยาอย่างไม่เป็นทางการให้มาร์ติเนซ

คัทเลอร์ให้สัมภาษณ์กับบีบีซี สปอร์ต ว่า “การเปลี่ยนตัวเองจากสถานภาพนายประตูตัวสำรองในพรีเมียร์ลีกมาชนะเลิศเวิลด์คัพภายในเวลาอันสั้นเป็นเส้นทางชีวิตที่ไม่เหมือนใครแน่นอน แต่ก็มีหลายเหตุผลที่ทำให้เอมิก้าวหน้าเร็วขนาดนี้ ซึ่งเริ่มจากความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าและการทำงานอย่างหนัก”

“ความตั้งใจที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองไปถึงจุดที่ต้องการนั้น มันยิ่งใหญ่มาก เขามีความปรารถนาที่ชัดเจน ซึ่งล้วนเป็นคุณสมบัติที่ทำให้ผมพยายามอย่างมากเพื่อดึงเอมิมาที่วิลลา แต่อีกด้านหนึ่งได้สร้างปัญหาใหญ่มากแก่เขา เพราะบางครั้งเอมิก็ทำอะไรมากเกินไปซึ่งเกิดจากการขาดประสบการณ์ เขาเคยบาดเจ็บเนื่องจากฝึกซ้อมรับลูกโทษมากเกินไป”

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดของมาร์ติเนซกับอาร์เซนอลคือชีวิตช่วงสุดท้ายที่เอมิเรตส์ สเตเดียม เป็นช่วงที่ไวรัสโควิดระบาดและนายประตูมือหนึ่ง เบิร์นด์ เลโน บาดเจ็บ เชาได้รับโอกาสลงตัวจริง 11 นัดติดต่อกันรวมทุกรายการ รวมถึงนัดชิงชนะเลิศ เอฟเอ คัพ เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2020 ซึ่งอาร์เซนอลชนะเชลซี 2-1

แต่หลังจากลงตัวจริงในคอมมูนิตี ชิลด์ เมื่อวันที่ 29 สิงหาคมปีเดียวกัน ซึ่งอาร์เซนอลชนะลิเวอร์พูลจากการดวลลูกโทษ อนาคตของมาร์ติเนซเริ่มไม่มั่นคงเพราะเลโนกลับมาและต้องการตำแหน่งมือหนึ่งหรือไม่ก็ย้ายทีม นั่นทำให้มาร์ติเนซเลือกเป็นฝ่ายไป ขณะที่คัทเลอร์จับตาดูสถานการณ์ใกล้ชิด

คัทเลอร์กล่าวถึงช่วงเวลานั้นว่า “เรามีรายชื่อผู้รักษาประตู ผม, โยฮัน แลงเก (ผู้อำนวยการด้านกีฬาของวิลลา) และแผนกคัดเลือก นัดประชุมกันบ่อยมาก โยฮันและทีมสเกาท์มุ่งไปที่สถิติอย่างคลีทชีนหรือเปอร์เซ็นต์การเซฟ ซึ่งชื่อเอมิอยู่ลำดับล่างๆของลิสต์เพราะลงเล่นน้อย เมื่อนำไปเทียบกับผู้รักษาประตูรายอื่นในยุโรปที่เราจับตามองอยู่”

“โชคดีที่พวกเขาเปิดรับแนวคิดของผม ซึ่งมองไปที่สไตล์การเล่นและรูปร่างสรีระ ถ้าเป็นเรื่องชีวกลศาสตร์ (bio-mechanics) นั้น เอมิจัดอยู่ระดับที่เยี่ยมมาก เขาถูกกาเครื่องหมายถูกทุกช่องเลย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะโน้มน้าวให้ฝ่ายบริหารจ่ายเงิน 18 ล้านปอนด์เพื่อซื้อนายประตูที่ไม่ค่อยได้ลงตัวจริง แต่ผมก็ทำสำเร็จ ผมถึงขนาดเอาพาวเวอร์พอยท์มาอธิบายให้พวกเขาฟังเลย ว่าเอมิจะนำอะไรมาให้ทีมบ้าง รวมถึงแคแร็กเตอร์ของเขา”

“จากนั้นเป็นงานที่ผมต้องขายสโมสรให้เอมิบ้าง ผมคุยกับเขาทางโทรศัพท์หลายครั้งเพื่อเล่าให้ฟังว่าผมทำอะไรทำอย่างไร และอะไรที่เราจะประสบความสำเร็จร่วมกันได้ เอมิรู้ดีว่าผมจะทำทุกอย่างเต็มที่เพื่อให้เขาดีขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่เขาต้องการเช่นกัน นี่เป็นจุดที่ทำให้เราเชื่อมต่อกัน จนกระทั่งเอมิรู้สึกได้แล้วว่า โอเค ผมจะย้ายไปวิลลา”

ด้านสว่างของนายทวารที่ถูกมองว่าไร้สปิริตนักกีฬา

คัทเลอร์ย้ายออกจากวิลลาในเดือนตุลาคมปีที่แล้วเมื่ออูไน เอเมรี ผู้จัดการทีมคนใหม่ ย้ายเข้ามาพร้อมสตาฟฟ์โค้ชส่วนตัว รวมถึงซาบี การ์เซีย ผู้ชำนาญการด้านผู้รักษาประตู ซึ่งเคยทำงานกับมาร์ติเนซมาแล้วที่อาร์เซนอล แต่สายใยระหว่างมาร์ติเนซกับคัทเลอร์ยังเหนียวแน่น นายทวารได้โพสต์ข้อความบนสื่อโซเชียลว่า คัทเลอร์เป็นโค้ชชาวอังกฤษที่ดีที่สุด หรือหลังจบพิธีมอบรางวัลเวิลด์คัพ 2022 เขาก็โทรศัพท์จากสนามลูเซลไปหาคัทเลอร์

“สิ่งแรกที่ผมสัมผัสได้จากเอมิหลังนัดชิงชนะเลิศครั้งนั้นคือความผ่อนคลาย ผมภูมิใจกับเขาอย่างที่สุดเพราะรู้ดีว่าทุกอย่างที่เขาทุ่มเทมาตลอดชีวิตก็เพื่อสิ่งนั้น”

“เอมิทุ่มเททุกสิ่งเพื่อได้ไปเล่นฟุตบอลและคว้าแชมป์ด้วย เขามีนักโภชนาการส่วนตัวเช่นเดียวกับนักโยคะและครูสอนพิลาติส (การออกกำลังกายรูปแบบหนึ่ง เน้นเสริมสร้างความแข็งแรงและเสริมความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ) ผมรู้มาว่าเขาออกไปว่ายน้ำกลางดึกเพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกายให้พร้อมสำหรับการแข่งขันนัดต่อไป”

“งานของผมคือหาว่าอะไรจะช่วยให้เอมิเติบโต ดังนั้นผมจึงรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับชีวิตนอกเหนือฟุตบอลของเขา เช่นเดียวกับรายละเอียดทั้งในและนอกสนามฝึกซ้อม คนอาจตำหนิเรื่องที่เขาทำระหว่างดวลจุดโทษกับฝรั่งเศสหรือตอนรับรางวัลถุงมือทองคำ แต่ผมมองเขาต่างจากคนอื่น จริงๆแล้วเอมิมีนิสัยเห็นอกเห็นใจคนอื่น เขาพร้อมทำทุกอย่างเพื่อช่วยเหลือคนรอบตัว ต้องการให้คนอื่นมีความสุข อย่างที่วิลลา เขามักจัดงานเลี้ยงบาร์บีคิว พยายามชวนเพื่อนนักฟุตบอลและครอบครัวมาอยู่ร่วมกัน เพราะนั่นเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเขา”

คัทเลอร์กล่าวถึงการกระทำที่เหมือนไม่มีน้ำใจนักกีฬาของมาร์ติเนซที่กาตาร์ว่า มันเป็นส่วนหนึ่งของเกมแพลน แต่เขามีส่วนผิดเช่นกันเพราะพวกเขาทำงานร่วมกันมานาน จึงทำให้เขาแสดงบุคลิกภาพและตัวตนอย่างนั้นออกไปในสถานการณ์เช่นนั้น

“แทนที่จะแสดงอารมณ์หงุดหงิดหรือหดหัวเข้าในกระดอง เราต้องการให้เขาแสดงถึงความมุ่งมั่นความเชื่อมั่น และล้อมรอบไปด้วยความเย่อหยิ่ง ซึ่งส่งผลต่อเกมหรือสถานการณ์นั้นๆในทางบวก”

“จากสถิติ มีความเป็นไปได้มากที่จุดโทษ คนยิงจะทำประตูได้ ดังนั้นประเด็นคือจะทำอย่างไรให้เขาหลุด ผมจำได้ครั้งแรกที่เราโฟกัสเรื่องไซโคคู่แข่งเป็นแมตช์วิลลากับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในเดือนกันยายน 2021 บรูโน แฟร์นันเดส ยิงจุดโทษพลาดหลังจากเอมิเข้าไปพูดกับเขาว่า คริสเตียโน โรนัลโด น่าจะเป็นคนยิงนะ ผมรู้จักนักเตะดี ผู้เล่นอย่างแฟร์นันเดสนั้น เขาเป็นคนแบบทำให้ลมออกหูง่าย คุณรู้ดีว่าไม่ต้องใช้ความพยายามมากนักหรอก”

เส้นทางสุดทุรกันดารกว่าถึงวันรับมอบตำแหน่งมือหนึ่ง

“เอมิ” มีชื่อเต็มว่า ดาเมียน เอมิเลียโน มาร์ติเนซ เกิดวันที่ 2 กันยายน 1992 ที่เมือง Mar del Plata ประเทศอาร์เจนตินา เริ่มต้นเส้นทางนักฟุตบอลกับทีมเยาวชนของอินดีเพนเดียนเต ก่อนได้รับเทียบเชิญให้ไปทดสอบฝีเท้าที่อะคาเดมีของอาร์เซนอลหลังจากวันเกิดปีที่ 17 ไม่นานนัก ผลรับดีเกินคาด อาร์เซนอลเสนอสัญญานักเตะระดับเยาวชนให้เขา

สมัยเล่นให้ทีมอินดีเพนเดียนเต มาร์ติเนซมีฉายาว่า “ดิบู” (Dibu) ด้วยความที่มีลักษณะหน้าตาท่าทางคล้ายกับ “ดิบูโฮ” (Dibujo) จากหนังการ์ตูนทีวีในอาร์เจนตินาเรื่อง Mi familia es un dibujo และเขาก็ยินดีให้ทุกคนเรียกเขาด้วยชื่อเล่นนั้นตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

มาร์ติเนซอยู่ในทีมเยาวชนอาร์เซนอลระหว่างปี 2010 – 2012 ก่อนถูกปล่อยตัวให้ออกซ์ฟอร์ด ยูไนเต็ด ทีมในลีกทู แบบกะทันหันเนื่องจากไรอัน คลาร์ก และเวย์น บราวน์ ได้รับบาดเจ็บ ขณะที่คอนเนอร์ ริปลีย์ หมดสัญญายืมตัว นายประตูวัย 22ปี (ขณะนั้น) มีโอกาสสัมผัสบอลลีกอังกฤษครั้งแรกเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2012 เป็นแมตช์ปิดซีซันพบกับพอร์ทเวล ซึ่งเป็นฝ่ายชนะ 3-0

ต้นซีซันถัดมา 2012-13 มาร์ติเนซถูกใส่ชื่อเป็นตัวสำรองในเกมเยือนสโตค ซิตี เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2012 และพบลิเวอร์พูล เมื่อวันที่ 2 กันยายน จนกระทั่งวันที่ 26 กันยายน นายทวารอาร์เจนไตน์ได้โอกาสเล่นนัดแรกให้เดอะ กันเนอร์ส เป็นเกมลีกคัพ รอบสาม ซึ่งอาร์เซนอลถล่มโคเวนทรี ซิตี ทีมเยือน 6-1 และรอบต่อมา มาร์ติเนซได้เฝ้าประตูอีกครั้ง อาร์เซนอลเดินทางไปชนะเรดดิง 7-5

ฤดูกาล 2013-14 มาร์ติเนซถูกส่งให้เชฟฟิลด์ เวนสเดย์ ทีมในแชมเปียนชิพ ยืมตัวแบบฉุกเฉินนาน 28 วันเมื่อวันที่ 15ตุลาคม 2013 ก่อนมีการขยายสัญญาไปจนจบซีซัน ชีวิตช่วงที่เหลือ มาร์ติเนซต้องระหกระเหินไปเล่นให้ทีมในแชมเปียนชิพได้แก่ รอตเธอร์แฮม, วูลฟ์แฮมป์ตัน และเรดดิง ยกเว้นกับเกตาเฟที่อยู่ในลาลีกา สเปน ซีซัน 2017-18 ซึ่งมาร์ติเนซได้เล่นแค่ 7 นัดรวมทุกรายการ

หลังหมดสัญญายืมตัวกับเรดดิงในซีซัน 2018-19 มาร์ติเนซก็ได้ปักหลักกับทีมชุดใหญ่อาร์เซนอลเป็นครั้งแรกในซีซัน 2019-20 ซึ่งเขาได้ลงสนามมากถึง 23 นัดรวมทุกรายการ ก่อนย้ายไปเฝ้าประตูให้วิลลาในซีซัน 2020-21 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการแจ้งเกิดในอาชีพนักฟุตบอล

มาร์ติเนซเก็บคลีนชีท 4 นัดจาก 7 นัดแรกในพรีเมียร์ลีก ก่อนปิดซีซันแรกกับวิลลาด้วย 15 คลีนชีท โดยเดอะ ไลออนส์ จบด้วยอันดับ 11 มาร์ติเนซลงเฝ้าเสาทั้ง 38 นัด เสีย 46 ประตู ส่งผลให้เขาได้ลงตัวจริงให้ทีมอาร์เจนตินาเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2021 เป็นเกมรอบคัดเลือก ฟุตบอลโลก 2022 เสมอชิลี 1-1 ก่อนกลายเป็นผู้เล่นหลักของทีมนับจากนั้น รวมทั้งสิ้น 26 นัด ณ วันนัดชิงชนะเลิศเวิลด์คัพ

หนึ่งใน wishlist ที่ติดไว้กับตู้ล็อคเกอร์ที่วิลลาคือ การเล่นให้อาร์เจนตินา คัทเลอร์กล่าวว่า “ตอนมาถึงวิลลา เขาวางเป้าหมายไว้เยอะแยะ ทุกวันเมื่อเปิดตู้ เขาก็จะกาบางข้อออกไป รวมถึงการเป็นมือหนึ่งของทีมชาติ ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเขามากที่ได้เล่นนัดแรกในเดือนมิถุนายน 2021”

“เขาเป็นคนประเภทขับเคลื่อนด้วยสถิติ ไม่ว่าจะเป็นการป้องกัน การตัดลูกครอส หรือการจ่ายบอลคอมพลีทของตัวเขาเอง เขาไม่เสียประตูมากที่สุดในโคปา อเมริกา 4 จาก 6 เกม”

“บางครั้งงานของผมก็เป็นแค่นักจิตวิทยา ต้องเข้าใจอารมณ์ของเขาหรือสิ่งที่เขากำลังคิด เขากระหายที่จะเก็บคลีทชีท เขาต้องการเซฟทุกอย่าง แม้กับสิ่งที่ไม่น่าเป็นไปได้ ดังนั้นอีกด้านหนึ่ง เขาต้องเรียนรู้การรับมือเมื่อไม่สมหวังหรือไม่ประสบความสำเร็จกับบางเรื่องด้วย”

แล้วอะไรคือเป้าหมายที่มาร์ติเนซวางไว้ในอนาคต โค้ชคู่บารมีตอบว่า “สิ่งที่ยิ่งใหญ่ในตัวเอมีคือ ความกระหาย และที่ผ่านมาเขาได้เล่นน้อย นั่นทำให้เขาเป็นนักฟุตบอลอายุ 30 ปีในร่างของคนอายุ 22 ปี เขาจึงยังทำอะไรได้อีกมาก และยังยืนอยู่บนจุดสูงสุดได้อีกหลายปี”

เรียบเรียง : ฐปน วันชูเพลา (Senior Football Writer) 

Categories
Special Content

La Scaloneta ชีวิตก่อนและหลัง “สกาโลนี” ขึ้นขับรถบัสฟ้าขาว

ต้นเดือนกรกฎาคม 2021 มีมีมหนึ่งแพร่กระจายไปทั่วโซเชียลมีเดียในหมู่แฟนบอล มีมชื่อว่า La Scaloneta (The Scaloni Bus) เป็นภาพลิโอเนล สกาโลนี ขับรถบัส ลิโอเนล เมสซี นั่งอยู่เบาะข้าง ๆ พร้อมด้วยนักเตะทีมชาติอาร์เจนตินาจำนวนหนึ่งนั่งอยู่ด้านหลัง

มีมถูกสร้างและโพสต์หลังจาก “อัลบิเซเลสเต” หรือทีมลายขาวฟ้า ชนะเอกัวร์ดอร์ 3-0 ในศึกลูกหนังโกปา อเมริกา 2021รอบแปดทีมสุดท้ายเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม ก่อนที่สกาโคลีจะขับรถบัสพาขุนพลอาร์เจนตินาครองแชมป์ทวีปอเมริกาใต้เป็นสมัยที่ 15 หรือครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1993 ซึ่งระหว่างนี้ พวกเขาแพ้สี่ครั้งในนัดชิงชนะเลิศปี 2004, 2007, 2015, 2016

เวลาผ่านไปอีกหนึ่งปีครึ่ง สกาโลนีและลูกทีมนำโดยเมสซีคว้าถ้วยฟีฟาเวิลด์คัพไปมอบให้มาตุภูมิเป็นสมัยที่ 3 หลังจากเคยประสบความสำเร็จในปี 1978 และ 1986 ซึ่งระหว่างรอคอยเกือบสี่ทศวรรษ อาร์เจนตินาแพ้สองครั้งในนัดชิงชนะเลิศปี 1990, 2014

สกาโลนี ซึ่งพาอาร์เจนตินาครองแชมป์โลกด้วยวัยเพียง 44 ปี เกิดที่ Pujato เมืองเล็กๆในซานตา เฟ เมื่อวันที่ 16พฤษภาคม 1978 ก่อนอาร์เจนตินาชนะเลิศเวิลด์คัพสมัยแรกเพียงหนึ่งเดือนเศษ เขาเริ่มอาชีพค้าแข้งเมื่อปี 1995 กับนีเวลส์ โอลด์ บอยส์ สโมสรในซานตา เฟ ที่เล่นอยู่ในปรีไมรา ดิวิชัน ลีกสูงสุดของอาร์เจนตินา และช่วงเวลาเดียวกัน เมสซี ซึ่งเกิดในเมือง Rosario ของซานตา เฟ ยังเล่นกับทีมเยาวชนของนีเวลส์ โอลด์ บอยส์

สกาโลนี ซึ่งเล่นได้ทั้งแบ็คและมิดฟิลด์ฝั่งขวา ลงสนามบอลลีกให้นีเวลส์ โอลด์ บอยส์ เพียง 12 นัดในปี 1995–1996 ก่อนย้ายไปอยู่เอสตูเดียนเตสในปี 1996–1997 ทำ 7 ประตูจาก 37 นัดบอลลีก

เดือนธันวาคม 1997 เดปอร์ติโบ ลา กอรุนญา เซ็นเช็ค 405 ล้านเปเซตา ซื้อสกาโลนีไปเล่นในลีกประเทศสเปน ซึ่งเป็นช่วงเวลาดีที่สุดในฐานะนักฟุตบอลอาชีพของเขา สกาโลนีเป็นผู้เล่นของลา กอรุนญา นานถึงแปดปีครึ่งระหว่างปี 1998–2006 เขาต้องแย่งตำแหน่งนักเตะตัวจริงฝั่งขวากับมานูเอล พาโบล และวิคเตอร์ แต่ยังมีโอกาสลงสนามบอลลีก 200 นัด อย่างไรก็ตามในซีซัน 1999-2000 ที่ลา กอรุนญา ชนะเลิศลาลีกาสมัยเดียวในประวัติศาสร์สโมสร สกาโลนีมีส่วนในเกมบอลลีกแค่ 14 นัดเพราะบาดเจ็บเข่า

หลังจากมีปัญหากับโจอาคิม กาปาร์รอส กุนซือชาวสเปน สโมสรปล่อยสกาโลนีให้เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ด้วยสัญญายืมตัวในวันสุดท้ายของตลาดฤดูหนาวเดือนมกราคมปี 2006 เขาหวังเค้นฟอร์มเก่งออกมาเพื่อติดทีมชาติไปแข่งขันฟุตบอลโลกกลางปีที่เยอรมนี สกาโลนีเปิดตัวบอลพรีเมียร์ลีกในแมตช์กับซันเดอร์แลนด์เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ลงสนามเฉพาะบอลลีกทั้งสิ้น 13 นัด ก่อนทีมขุนค้อนส่งตัวคืนให้ลา กอรุนญา เมื่อจบซีซัน

เชื่อว่าส่วนหนึ่งที่เวสต์แฮมไม่ซื้อขาดเป็นเพราะสกาโลนีมีส่วนทำให้ทีมแพ้ลิเวอร์พูลในนัดชิงชนะเลิศเอฟเอ คัพ เมื่อวันที่ 13พฤษภาคม 2006 ที่มิลเลนเนียม สเตเดียม ในคาร์ดิฟฟ์ ประเทศเวลส์ ซึ่งสกาโลนีถูกแฟนบอลประทับ “ตราบาป”

ตราบาปจากนัดชิงชนะเลิศเอฟเอ คัพ ปี 2006

อลัน พาร์ดิว ผู้จัดการทีมขณะนั้นของเวสต์แฮม ย้อนถึงนัดดังกล่าวที่ได้รับสมญานามว่า The Gerrard Final ว่า “เขาทำให้ผมพลาดเหรียญชนะเลิศ และผมไม่สามารถยกโทษให้กับเขาได้”

สกาโลนีระบายความรู้สึกเจ็บปวดครั้งนั้นว่า “เหมือนโลกถล่มลงมาบนตัวผม ส่วนหนึ่งที่ทีมแพ้เป็นเพราะผมและชีวิตก็เปลี่ยนไปเลย เวสต์แฮมไม่ต้องการเซ็นสัญญากับผมแล้ว ผมต้องกลับสเปน”

วันนั้นเวสต์แฮมมีโอกาสมากถึงมากที่สุดที่จะครองแชมป์เอฟเอ คัพ สมัยที่สี่ในประวัติศาสตร์สโมสร สกาโลนีสวมเสื้อเบอร์ 2 ลงตัวจริงตำแหน่งแบ็คขวาในระบบ 4-4-2 เขาควรเป็นหนึ่งในฮีโรเมื่อได้บอลบริเวณเส้นกรอบเขตโทษด้านขวา สโกลานีผ่านบอลไปหน้าประตูหวังให้เพื่อนร่วมทีมชาร์จที่เสาไกล แต่เป็นเจมี คาร์ราเกอร์ ปราการหลังลิเวอร์พูล ที่สกัดบอลพลาดเข้าประตูตัวเอง เวสต์แฮมนำ 1-0 ในนาทีที่ 21

เจ็ดนาทีต่อมา เวสต์แฮมหนีห่าง 2-0 จากกองหน้า ดีน แอชตัน ก่อนที่จีบริล ซิสเซ และสตีเวน เจอร์ราร์ด ตีเสมอให้ลิเวอร์พูล เวสต์แฮมขึ้นนำอีกครั้ง 3-2 ในนาทีที่ 64 จากพอล คอนเชสกี และรักษาสกอร์นั้นจนกระทั่งเหลือแค่หนึ่งนาทีเศษจะหมดเวลาปกติ สกาโลนีนีเตะบอลทิ้งออกข้างสนามเพราะเห็นซิสเซบาดเจ็บหลังปะทะกับเขาในเขตโทษ

เมื่อซิสเซเล่นต่อได้ ลิเวอร์พูลได้ทุ่มบอลคืนให้สกาโลนีใกล้มุมธง แต่แทนที่จะใช้เวลาให้หมดไปด้วยการค่อยๆเลี้ยงบอลขึ้นหน้าหรือส่งสั้นให้เพื่อน เขากลับเตะสาดยาวไปบริเวณกลางสนาม บอลตกอยู่กับเจอร์ราร์ดที่ยืนคนเดียวแถวนั้น และไม่กี่วินาทีต่อมา บอลก็กลับมายังเจอร์ราร์ดที่ซัดเต็มแรงจากระยะ 35 หลา บอลพุ่งเฉียดเสาซ้ายเข้าไปอย่างสวยงามในนาทีที่ 90:09 ตีเสมอ 3-3 ให้ลิเวอร์พูล ช่วงต่อเวลาไม่มีทีมไหนทำสกอร์เพิ่ม ต้องตัดสินใจด้วยการดวลจุดโทษและเวสต์แฮมเป็นฝ่ายแพ้ 1-3

เจอร์ราร์ดขึ้นไปรับถ้วยชนะเลิศ กัปตันทีมลิเวอร์พูลทำสองประตูในเวลาปกติ รวมสกอร์ปลุกชีพหงส์แดงขึ้นมาจากหลุม และยังยิงเข้าในการดวลจุดโทษ แถมได้รับรางวัลแมน ออฟ เดอะ แมตช์ จึงทำให้เกมนี้ถูกเรียกขานว่า The Gerrard Final 

สกาโลนี ซึ่งขณะนั้นอายุ 28 ปี ยอมรับว่า “หลังเอฟเอ คัพ ไฟนัลนัดนั้น ดูเหมือนผมไม่อยากกลับไปเล่นฟุตบอลอีกต่อไป” จากเดิมที่มีปัญหาสภาพร่างกาย ก็ตามด้วยปัญหาสภาพจิตใจ “น่าจะอายุ 29,30 มันคล้ายกึ่งๆจะสิ้นสุดแล้ว เป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากเอามาก ๆ”

หลังถูกเวสต์แฮมส่งคืนให้ลา กอรุนญา สกาโลนีถูกขายให้ราซิง ซานตานเดร์ เล่นบอลลีกสเปน 30 นัดในปี 2006–2007,ตามด้วยลาซิโอ 52 นัดลีกอิตาลี ในปี 2007–2013 แต่ถูกปล่อยยืมให้มาญอร์กาในปี 2008–2009 ลงบอลลีก 28 นัด ก่อนใช้เวลาปลายชีวิตค้าแข้งกับอตาลันตาในปี 2013–2015 เล่นบอลลีกเพียง 15 นัด

สกาโลนีตอกย้ำสภาพร่างกายที่กรอบเป็นข้าวเกรียบด้วยการเล่าถึงเหตุการณ์หลังนั่งรถไฟจากกรุงโรมไปเมืองแบร์กาโนเพื่อเซ็นสัญญากับอตาลันตาว่า “สี่วันต่อมา ทีมเราต้องแข่งกับปาแลร์โม ตอนที่นำอยู่ 2-0 ผมพูดกับโค้ชว่า ‘เจ้านาย ผมโดนใบเหลืองไปแล้ว เปลี่ยนตัวผมออกเถอะ’ ผมไม่กล้าบอกตรง ๆ ว่าเล่นต่อไปไม่ไหวแล้ว”

แต่ขณะสภาพร่างกายกำลังนับถอยหลังก่อนถึงวันแขวนสตั๊ด สมองและความคิดของสกาโลนีเริ่มสั่งสมความรู้และประสบการณ์ แปรสภาพเพื่อกลายเป็นโค้ชในอนาคตอันใกล้

เผชิญหน้าคำสบประมาทเมื่อคุมทีมชาติปี 2018

เมื่อสมาคมฟุตบอลอาร์เจนตินา (เอเอฟเอ) แต่งตั้งสกาโลนีคุมทีมชาติชุดใหญ่ในปี 2018 ผู้คนมากมายไม่เห็นด้วยเพราะไม่เพียงอายุน้อย (40 ปีขณะนั้น) ยังอ่อนประสบการณ์ระดับนานาชาติในฐานะนักฟุตบอล เขาเล่นให้ทีม ยู-20 เพียง 7 นัด 2ประตูในปี 1997 และชุดใหญ่ 7 นัด 1 ประตู ระหว่างปี 2003–2006 โดยเป็นแมตช์กระชับมิตร 5 นัด, ฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก 1 นัด และแม้อยู่ในทีมอาร์เจนตินาชุดเวิลด์คัพ 2006 ที่เยอรมนี แต่ลงสนามนัดเดียว เป็นตัวจริง 120 นาทีของรอบ 16 ทีมสุดท้าย ซึ่งอาร์เจนตินาชนะเม็กซิโก 2-1 ของการต่อเวลา (เวลาปกติเสมอ 1-1) ซึ่งเป็นนัดสุดท้ายในนามทีมชาติของสกาโลนี ทั้งนี้เพราะสกาโลนีร่วมทัวร์นาเมนท์ทั้งที่บาดเจ็บ เขาบรรยายถึงสภาพในนัดนั้นว่าเหมือนใช้ขาข้างเดียวเล่น กล้ามเนื้อต้นขาเหมือนหลุดเป็นชิ้น ๆ

ดีเอโก มาราโดนา ให้ความเห็นหลังเอเอฟเอแต่งตั้งสกาโลนีคุมทีมชาติอาร์เจนตินาว่า “สกาโลนีเป็นคนดีนะ แต่เรามอบงานทีมชาติอาร์เจนตินาให้กับเขาได้อย่างไร พวกเราเป็นบ้ากันหมดหรือเปล่า”

สกาโลนีแขวนสตั๊ดกลางปี 2015 กับทีมอตาลันตา และได้เริ่มต้นเส้นทางอาชีพใหม่ด้วยการทำงานเป็นนักวิเคราะห์ในสตาฟฟ์โค้ชของฮอร์เก ซามเปาลี ที่สโมสรเซบีญาเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2016 และหลังจากซามเปาลีได้รับแต่งตั้งเป็นหัวหน้าโค้ชทีมชาติอาร์เจนตินาในเดือนมิถุนายน 2017 เขาได้ดึงลูกน้องเก่ามาร่วมงานด้วยกัน

เอเอฟเอปลดซามเปาลีพ้นตำแหน่งเมื่อ “อัลบิเซเลสเต” ล้มเหลวในเวิลด์คัพ 2018 ทั้งที่เป็นถึงรองแชมป์โลกที่บราซิลเมื่อสี่ปีก่อน แต่ที่รัสเซีย อาร์เจนตินาไปไกลแค่รอบ 16 ทีมสุดท้าย แพ้ฝรั่งเศส 3-4 หลังจากรอบแรก อยู่อันดับ 2 กลุ่มดี ชนะ 1นัด เสมอ 1 นัด แพ้ 1 นัด ผลต่างลบ 2 ประตู ตามหลังอันดับ 1 โครเอเชีย 5 คะแนน

ทางด้านสกาโลนี ซึ่งเอเอฟเอเพิ่งแต่งตั้งเป็นโค้ชทีมชาติ ยู-20 กลางเดือนกรกฎาคม 2018 ได้รับมอบหมายให้เป็นคุมทีมชาติชุดใหญ่ชั่วคราวร่วมกับพาโบล ไอมาร์ ในเดือนสิงหาคมจนถึงสิ้นปี แต่ไม่กี่เดือนต่อมา เอเอฟเอประกาศให้สกาโลนีคุมทีมยาวถึงกลางปีหน้าเพื่อนำอาร์เจนตินาลงแข่งขันโกปา อเมริกา 2019 ที่บราซิล 

อาร์เจนตินาแพ้เจ้าภาพ 0-2 ในรอบตัดเชือก แต่ยังได้เหรียญบรอนซ์ปลอบใจด้วยการเฉือนชิลี 2-1 สมาคมฟุตบอลอาร์เจนตินามอบหมายให้สกาโลนีคุมทีมต่อ แฟนบอลทั่วโลกต่างรู้ดีเหตุการณ์ถัดจากนั้น สกาโลนีพาทีมครองแชมป์ทวีปอเมริกาใต้ปี 2021 ตามด้วยแชมป์โลกปี 2022

พาร์ดิว อดีตนายใหญ่ของสกาโลนีที่เวสต์แฮม ยอมรับว่าไม่ได้คุยกับสกาโลนีตั้งแต่เป็นผู้จัดการทีมชาติอาร์เจนตินา “แต่ผมอยากเจอเขานะ อยากรู้ว่าเขาอ้างอิงแมตช์นั้น (เอฟเอ คัพ ไฟนัล 2006) ให้ลูกทีมฟังหรือเปล่า แต่ถ้าไม่ ผมคงไม่มองเขาเป็นผู้จัดการทีมแน่ ๆ”

อีกด้านหนึ่ง พาร์ดิวมั่นใจว่าอดีตนักเตะอาร์เจนไตน์คนนี้เป็นผู้จัดการทีมที่ดี “เขาไม่ใช่คนไปเรียนโค้ชอะไรแบบนั้น แต่เป็นพวกซึบซัมทุกอย่างและเป็นคนฉลาด ผมย้อนไปมองคนอย่างสกาโลนีและ (แกรห์ม) พอตเตอร์ (ซึ่งพาร์ดิวเคยทำงานสมัยเป็นโค้ชเรดดิ้ง) พวกเขามักตั้งใจฟัง(สิ่งที่โค้ชพูด)เสมอและพยายามเรียนรู้ นี่เป็นคุณลักษณะที่ดีมากของการเป็นผู้จัดการทีม มีสมาธิตั้งอกตั้งใจเสมอ”

“ที่เวสต์แฮม ผมเห็นนิสัยการปรับตัวของเขา เขาซึมซับทุกสิ่งทุกอย่าง เมื่อมาอยู่ประเทศใหม่ คุณควรสำรวจและสนุกไปกับมัน ซึ่งสกาโลนีเป็นคนแบบนั้น เขามาลอนดอนและชอบเมืองนี้มาก เขาเที่ยวพิพิธภัณฑ์ ผมได้ยินเขาพูดถึงสิ่งต่างๆที่ได้เห็นและเยี่ยมชม อย่างร้านอาหารที่ไปกิน ผมมองว่าอุปนิสัยบุคลิกแบบนี้ของสกาโลนีจะดีสำหรับทีมชาติอาร์เจนตินา นี่แหละเป็นสิ่งที่พวกเขาต้องการ เพราะอาร์เจนตินาเป็นดินแดนที่ผันผวน ฟุตบอลก็เอาแน่เอานอนไม่ได้ เห็นได้ชัดเจนสกาโลนีบริหารจัดการทีมที่มีเมสซี่เป็นศูนย์กลางได้ดีมาก”

กุมหัวใจของเมสซีและเหล่าอัลบิเซเลสเต

ย้อนกลับไปฟุตบอลโลก 2018 ซึ่งอาร์เจนตินา อดีตรองแชมป์โลกเมื่อสี่ปีที่แล้ว แพ้ฝรั่งเศสในรอบ 16 ทีมสุดท้าย นาธาน ซอลท์ ให้ความเห็นผ่านเดลีเมล หนังสือพิมพ์ในอังกฤษว่า ซามเปาลีทำลายความสัมพันธ์ระหว่างโค้ชและนักเตะลงอย่างสิ้นเชิงที่รัสเซีย

เคยมีสื่อรายงานความร้าวฉานภายในทีมอาร์เจนตินาด้วยการอ้างอิงคำพูดของเมสซีกับซามเปาลีว่า “เราไม่เข้าใจว่าคุณพยายามพูดอะไร เราไม่ไว้ใจคุณอีกแล้ว เราต้องการออกความเห็นบ้าง”

สกาโลนีเป็นหนึ่งในผู้ช่วยโค้ชของซามเปาลีที่รัสเซีย แน่นอนเขาเห็นการไม่สามารถบริหารจัดการทีมชาติที่มีเมสซีเป็นผู้นำในทัวร์นาเมนท์ระดับเมเจอร์ครั้งนั้น

การตัดสินใจที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อเอเอฟเอมอบหมายให้สกาโลนี ซึ่งเพิ่งคุมทีมชาติ ยู-20 รับตำแหน่งรักษาการโค้ชชุดใหญ่ เริ่มจากแมตช์อุ่นเครื่องสองนัดในเดือนกันยายน 2018 ซึ่งอาร์เจนตินาชนะกัวเตมาลา 3-0 และเสมอโคลอมเบีย 0-0

เอเอฟเอขอร้องให้สกาโลนีคุมทีมต่อถึงโกปา อเมริกา 2019 ซึ่งก่อนถึงทัวร์นาเมนท์นั้น อาร์เจนตินาเตะกระชับมิตร 9 นัด ชนะ 6 นัด เสมอ 1 นัด แพ้ 2 นัด แต่ประเดิมรอบแบ่งกลุ่มชิงแชมป์ทวีปอเมริกาใต้ในเดือนกรกฎาคม 2019 โดยแพ้โคลอมเบีย 0-2 ก่อนปิดฉากด้วยเหรียญบรอนซ์

เอเอฟเอ มอบความไว้เนื้อเชื่อใจโค้ชหนุ่มให้ทำหน้าที่เฮดโค้ชต่อไปด้วยการเสนอต่อสัญญาใหม่ 3 ปีครึ่ง  “โปรเจกต์กำลังได้รับการพัฒนา ทีมชาติอาร์เจนตินากำลังสร้างเอกลักษณ์ตัวตนขึ้นมาใหม่ ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่เราต้องการ”

สกาโลนีเคยเป็นผู้เล่นในเวิลด์คัพ 2006 และเคยอยู่ในสตาฟฟ์โค้ชในเวิลด์คัพ 2018 บวกกับอุปนิสัยช่างสังเกตศึกษาเรียนรู้ทำให้เขาเข้าใจเหรียญทั้งสองด้านที่กำลังถูกโยนขึ้นระหว่างทัวร์นาเมนท์ใหญ่

สกาโลนีเคยให้สัมภาษณ์เมื่อต้นปี 2022 ว่า “ผมไม่เคยกังวลเมื่อต้องนั่งพูดคุยแบบเปิดอกกับกลุ่มคน เรื่องมันง่ายมาก คุณอาจโกหกพวกเขาได้ครั้งนึง แต่ครั้งที่สอง พวกเขาไม่เชื่อคุณแล้ว สิ่งสำคัญคือเมื่อนักเตะลงสนาม พวกเขาต้องเชื่อในสิ่งที่โค้ชบอก ผมคิดว่าเราบรรลุความสำเร็จในเรื่องนั้นแล้ว”

หลายคนเชื่อว่า สกาโลนีสามารถเปลี่ยนความคิดของนักเตะอาร์เจนตินาจากไม่เคยแยแสทีมชาติกลายเป็นโฟกัสให้ทีมชาติอย่างเต็มที่ เมสซีเคยให้ความเห็นว่า “สกาโลนีมีบุคลิกอุปนิสัยที่เยี่ยมมาก พูดคุยสื่อสารกับผู้เล่นเยอะมาก พร้อมเข้ามาอยู่ตรงนั้นเสมอเมื่อพวกเราต้องการ เห็นได้ชัดเลยว่าเขารักในสิ่งที่ตัวเองทำ”

นิโคลัส ตาเกลียฟิโก กองหลังทีมชาติอาร์เจนตินา เป็นอีกคนที่ยืนยันว่าสกาโลนีใกล้ชิดกับลูกทีมมาก “เขาพูดคุยกับพวกเราเยอะมาก และสร้างสายสัมพันธ์ขึ้นมาระหว่างทีมและโค้ช”

ดูเหมือนว่า สกาโลนีได้แปรเปลี่ยนปัญหาหรือจุดอ่อนที่เกิดขึ้นกับซามเปาลีกลายมาเป็นจุดแข็งของตัวเอง ซึ่งไม่พอเพียงชนะใจลูกทีม เขายังลงมือปรับเปลี่ยนทีมชาติอาร์เจนตินาด้วย

สกาโลนีผ่าตัดกองกลางใหม่เพื่อส่ง่ให้เมสซีไปอยู่ในตำแหน่งที่สามารถเผด็จศึกคู่ต่อสู้ ตัวอย่างเช่น เลอันโดร ปาเรเดส และโรดริโก เด ปอล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของชิ้นส่วนที่สกาโลนีใส่เข้ามา โดยช่วงสองปีครึ่งหลังผิดหวังกับโกปา อเมริกา 2019สกาโลนีค่อยๆเติมชิ้นส่วนให้กับทีมชาติของเขา นำมาสู่แชมป์เมเจอร์รายการแรกในรอบ 28 ปีของอาร์เจนตินา ตามด้วยแชมป์เวิลด์คัพที่ไล่ล่ามานาน 36 ปี

สกาโลนีขับ La Scaloneta พาเหล่าขุนพลอัลบิเซเลสเตประสบความสำเร็จกับสองเป้าหมายใหญ่อย่างที่เหนือความคาดหมายของหลายคน แต่เขายังเดินหน้าขับเคลื่อนรถบัสคันนี้ต่อไปพร้อมเป้าหมายใหม่คือ โกปา อเมริกา 2024 และเวิลด์คัพ 2026 แม้ยังไม่รู้ว่ายังมี “ลิโอเนล” อีกคนหนึ่งนั่งอยู่ข้าง ๆ หรือเปล่า

เรียบเรียง : ฐปน วันชูเพลา (Senior Football Writer)