Khaimukdam Group

SPECIAL CONTENT

“พาราชูต เพย์เมนต์” ป้องกัน หรือสร้างปัญหากันแน่!?

“พาราชูต เพย์เมนต์” ป้องกัน หรือสร้างปัญหากันแน่!?

เข้าใจคำว่า “เศรษฐีข้ามคืน” หรือ “ยาจกข้ามวัน” ไหมครับ? การขึ้นชั้นสู่พรีเมียร์ลีกก็ไม่ต่างจากบันไดขั้นสำคัญ สู่การได้รายรับเป็น “มหาเศรษฐี” ของสโมสรฟุตบอลจากลีก เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ขณะเดียวกันการตกชั้น จะไม่ต่างอะไรเลยกับการเป็น “ยาจก” ในบัดดล หากไม่เพราะพรีเมียร์ลีกได้สร้างโมเดลการจ่ายเงินช่วยเหลือทีมตกชั้นที่ชื่อ พาราชูต เพย์เมนต์ (Parachute Payment)

การขึ้นชั้นสู่พรีเมียร์ลีกก็ไม่ต่างจากบันไดขั้นสำคัญสู่การได้รายรับเป็น “มหาเศรษฐี” ของสโมสรฟุตบอลจากลีก เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ขณะเดียวกันการตกชั้น จะไม่ต่างอะไรเลยกับการเป็น “ยาจก” ในบัดดล หากไม่เพราะพรีเมียร์ลีกได้สร้างโมเดลการจ่ายเงินช่วยเหลือทีมตกชั้นที่ชื่อ พาราชูต เพย์เมนต์ (Parachute Payment) ที่ “พาราชูต” แปลว่า ร่มชูชีพ ทำให้คนกระโดดลงมาตกลงมาช้า และถึงพื้นดินอย่างปลอดภัยขึ้นมา นั่นคือ “กุศโลบาย” ในเบื้องต้นที่ตอนนี้ เฉพาะอย่างยิ่งยุคโควิด-19 บุกรุก เริ่มจะสร้างปัญหาให้เกิดหนักขึ้นกับทีมลีกรองที่ไม่ได้เงินก้อนนี้แล้ว และวันนี้ เราจะไปคุยกันถึงเรื่องนี้กันครับ:

พาราชูต เพย์เมนต์ หรือบ้างอาจจะเรียกว่า พาราชูต มันนี (Parachute Money) คือ เงินช่วยเหลือที่พรีเมียร์ลีกจะมอบให้กับ สโมสร 3 ทีมที่ตกชั้นจากพรีเมียร์ลีกเพื่อไม่ให้ทีมประสบภาวะ “ช็อกซีนีมาร์” ทางการเงินมากเกินไป เพราะการตกลงไปเล่นในลีกรอง เดอะ แชมเปียนชิพ ทำให้เสียรายได้ก้อนใหญ่จากลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดที่มีมูลค่าต่างกันมหาศาล

พรีเมียร์ลีกจึงไม่อยากให้ทีมเหล่านี้ “สภาพคล่อง” มีปัญหาเข้าตำรา จนข้ามคืน จึงกำหนดเงินก้อนแบ่งจ่าย 3 งวดใน 3 ฤดูกาลให้กับทีมที่ตกชั้นไปไว้ใช้ประคองตัวเสมือนติดร่ม “ชูชีพ” (Parachute) ให้ทีมที่ตกชั้นที่ไม่ต่างจากพลร่มกระโดดจากเฮลิคอปเตอร์ เงินถุง เงินถัง ชื่อ พรีเมียร์ลีก เพื่อให้การร่อนลงไปในลีกล่างบรรเทาการบาดเจ็บเงินก้อนนี้จึงถูกเรียกว่า “พาราชูต เพย์เมนต์”

ปัจจุบัน เงินก้อนดังกล่าวจะถูกมอบให้กับทีมที่ตกชั้นเป็นเวลา 3 ฤดูกาล (หากยังไม่สามารถขึ้นชั้นกลับมาได้) โดยจำนวนเงินจะคิดเป็นเปอร์เช็นต์อัตราส่วนเงินปันผลที่พรีเมียร์ลีก แบ่งให้กับสโมสรสมาชิกทั้ง 20 ทีมในแต่ละปี โดยทีมตกชั้นลงไปปีแรก จะได้ส่วนแบ่งอยู่ที่ 55% ของเงินที่พรีเมียร์ลีกแบ่งให้สโมสรสมาชิก ปีที่สองอยู่ที่ 45% และถ้าสโมสรที่ตกชั้นดังกล่าว อยู่ในพรีเมียร์ลีกมามากกว่า 1 ฤดูกาล พวกเขาจะได้ส่วนแบ่งในปีที่ 3 อีกราว 20% อีกด้วย

ยกตัวอย่าง แอสตัน วิลลา ตกชั้นในฤดูกาล 2015/16 พวกเขาจะได้รับเงิน พาราชูต เพย์เมนต์ ทันทีสำหรับฤดูกาล 2016/17, 2017/18 และ 2018/19 โดยในฤดูกาล 2016/17 พรีเมียร์ลีกแบ่งรายได้ให้แต่ละสโมสร 20 ทีม ๆ ละราว ๆ 74 ล้านปอนด์เศษ ทำให้ วิลลา ที่ได้รับพาราชูต เพย์เมนต์ 55% จะได้เงิน 40.9 ล้านปอนด์ ต่อมาฤดูกาล 2017/18 พรีเมียร์ลีกแบ่งรายได้ให้แต่ละสโมสรทีมละราว 75 ล้านปอนด์เศษ ทำให้ วิลลา รับพาราชูต เพย์เมนต์ 45% เป็นเงิน 34 ล้านปอนด์ และฤดูกาลที่ 3 ซีซั่น 2018/19 ซึ่งเป็นฤดูกาลที่พวกเขาตกชั้น และเป็นปีสุดท้ายที่จะได้รับเงิน พรีเมียร์ลีกแบ่งรายได้ให้แต่ละสโมสรทีมละราว 77.5 ล้านปอนด์ ทำให้ วิลลา ที่ได้รับพาราชูต เพย์เมนต์ 20% ได้เงิน 15.5 ล้านปอนด์ เป็นต้น

(ทั้งนี้ รายรับสุดท้ายของแต่ละสโมสร 20 ทีมพรีเมียร์ลีกก็จะแตกต่างกันไปอีก ขึ้นกับจำนวนนัดที่ถูกถ่ายทอดสดออกอากาศที่ประเทศอังกฤษ และอันดับบนตารางคะแนน โดยตัวเลขรายได้ที่แบ่งนี้ คือ ค่าตรงกลางเท่า ๆ กันซึ่งถูกจัดสรรมา แต่ไม่ใช่ตัวเลขสุดท้ายที่จะถูกเกลี่ยเพิ่มอีกจากแมตช์ออกอากาศ และอันดับคะแนน)

อย่างไรก็ดี พาราชูต เพย์เมนต์ กลายประเด็นใน “อีกด้านของเหรียญ” มาตลอดตั้งแต่ตั้งแต่มีปัญหาโควิด-19 เกิดขึ้น เพราะทาง EFL เชื่อว่าเงินก้อนนี้เป็นประเด็นทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำเกินไปในการแข่งขัน เดอะ แชมเปี้ยนชิพ

ทีมที่ตกชั้นจะใช้เงินก้อนนี้เพื่อเสริมทัพ หรือคงสภาพทีมระดับพรีเมียร์ลีกเอาไว้ และทำให้พวกเขามีศักยภาพจะแข่งขันเพื่อกลับสู่ลีกสูงสุดได้อย่างรวดเร็วต่างจากบรรดาสโมสรอื่น ๆ ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ชุดตกชั้นในฤดูกาล 2015/16 ได้ใช้เงินตามสัญญาจำนวน 40.9 ล้านปอนด์ ในฤดูกาลถัดมา 2016/17 ไปเช็นสัญญากับนักเตะต่าง ๆ จนทำให้ทีมมีอัตราค่าเหนื่อยเพิ่มขึ้นถึง 8% และขาดทุน 55 ล้านปอนด์ ทว่าก็จบฤดูกาลด้วยการขึ้นชั้นสู่พรีเมียร์ลีก หรือที่ชัดเจนอีกทีมก็ นอริช ฤดูกาลล่าสุดของ แดเนียล ฟาร์ก ใช้เงินจำนวน 41.25 ล้านปอนด์ที่ได้รับจาก พาราชูต เพย์เมนต์ รั้งนักเตะหลายคนในทีมไว้ได้ ทำให้สภาพทีมแทบแข็งแรง รวมถึงวัตฟอร์ด ที่ขึ้นตามมาในอันดับรองแชมป์ก็ไม่ต่างกัน

นั่นเองทำให้เกิดปัญหาระลอกใหม่ระหว่างทั้ง 2 องค์กร: พรีเมียร์ลีก และอิงลิช ฟุตบอลลีก เพราะทั้งนอริช ซิตี้ และวัตฟอร์ด กลับขึ้นชั้นมาสู่พรีเมียร์ลีกอีกครั้งเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาตามที่ได้กล่าวไปแล้วนั้น ทำให้ทั้ง 2 ทีมพึ่งพา พาราชูต เพย์เมนต์ แค่ซีซั่นเดียว พรีเมียร์ลีก จึงเล็งที่จะคืนเงินจำนวนนั้นให้ สโมสรต่าง ๆ ในพรีเมียร์ลีกโดยหารแบ่งเท่า ๆ กัน

อย่างที่กล่าวไปข้างต้น ว่าพาราชูต เพย์เมนต์ เป็นการจ่ายเงินให้ทีมที่ตกชั้นติดต่อกัน 3 ฤดูกาล ดังนั้นเมื่อ “นกขมิ้น” และ แตนอาละวาด” ขึ้นชั้นได้ภายในปีเดียว เงินในฤดูกาลที่ 2 และ 3 ที่ต้องจ่ายรวม 83 ล้านปอนด์ ก็จะถูกหารให้ทีมในพรีเมียร์ลีกทั้ง 20 ทีม รวมถึง ลิเวอร์พูล ก็ได้รับอานิสงค์ตรงนี้ไปทีมละราว 4 ล้านปอนด์เศษ และทั้ง 20 ทีมในพรีเมียร์ลีก มีโอกาสที่จะได้รับส่วนแบ่งมากกว่านี้ในกรณีที่ บอร์นมัธ ซึ่งเป็นอีกทีมที่ตกชั้นไปเมื่อปีก่อนกลับเข้าสู่พรีเมียร์ลีกได้ด้วย โดยตอนนี้ “เดอะ เชอร์รี่” อยู่ในพื้นที่เพลย์ออฟลุ้นเลื่อนชั้น ซึ่งถ้าพวกเขาทำได้สำเร็จ ยอดรวมของเงินที่จะต้องหารคืนสโมสรต่าง ๆ จะมีกว่า 100 ล้านปอนด์ และจะทำให้แต่ละสโมสรได้รับเงินกว่าทีมละ 5 ล้านปอนด์

อย่างไรก็ตาม ทาง อิงลิช ฟุตบอล ลีก หรือ EFL อยากจะมีส่วนแบ่งกับเงินโบนัสก้อนดังกล่าวด้วยเช่นกัน เพราะพวกเขาเชื่อว่า เงินจำนวนนั้นน่าจะถูกเอามาใช้กับสโมสรรากหญ้าที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 มากกว่าจะเอาไปคืนให้สโมสรระดับท็อปเทียร์ที่เงิน 4-5 ล้าน แทบไม่ได้มีผลอะไรกับพวกเขามากนัก ซึ่งทาง EFL ได้เดินเรื่องเพื่อขออนุมัติเงินจำนวน “หลายสิบล้านปอนด์” จากโบนัสดังกล่าวไปแล้ว แต่ทางพรีเมียร์ลีกยังไม่ได้มีการอนุมัติในเรื่องนี้

ก่อนหน้านี้ในเดือน พฤศจิกายน EFL ได้ยอมรับเงินจำนวน 50 ล้านปอนด์จากพรีเมียร์ลีก ซึ่งเป็นเงินที่พวกเขาอนุมัติเพื่อช่วยเหลือทาง อิงลิช ฟุตบอล ลีก และยังมีเงินที่ช่วยเหลือทีมในลีกวัน และลีกทู อีกจำนวน 30 ล้านปอนด์ ทั้งนี้เพราะ เงินก้อนดังกล่าวเมื่อถูกหารแบ่งให้สโมสรต่าง ๆ ที่อยู่ภายใต้การดูแลของ EFL กลายเป็นเงินจำนวนที่ไม่สามารถจะช่วยเหลืออะไรได้มากนัก ทำให้ EFL พยายามเรียกร้องให้ พรีเมียร์ลีก ยกเลิกการจ่ายเงิน พาราชูต เพย์เมนต์ ให้สโมสรที่ตกชั้น และเอาเงินก้อนดังกล่าวมาเยียวยาสโมสรระดับล่างแทน

ล่าสุด ทางพรีเมียร์ลีก ยังไม่ได้มีการตอบรับข้อเสนอใด ๆ ต่อ EFL และมีแนวโน้มว่าจะเดินหน้าจ่ายเงินคืนให้สโมสรต่าง ๆ กลับไปเหมือนเดิม

ครับ คิดเห็นกันอย่างไรกับเงินของ “พรีเมียร์ลีก” กับก้อนที่ชื่อ พาราชูต เพย์เมนต์ และโมเดลในการจะกระจายออกไปใช้ (Redistribution) ให้เหมาะสมที่สุด?

#ไข่มุกดำ #ไข่มุกดำทีม

#KMDFeature

#parachutepayment

Facebook
Twitter
Pinterest
Email

60 replies on ““พาราชูต เพย์เมนต์” ป้องกัน หรือสร้างปัญหากันแน่!?”

This design is wicked! You most certainly know how to keep a reader amused.
Between your wit and your videos, I was almost moved to start my own blog (well, almost…HaHa!)
Great job. I really enjoyed what you had to say, and more than that, how
you presented it. Too cool!

Leave a Reply

Your email address will not be published.

RELATED CONTENT