ในโลกฟุตบอลยุคใหม่ที่ “Data” คือพระเจ้า เราได้เห็นกุนซือระดับโลกพึ่งพาเทคโนโลยีกันเป็นเรื่องปกติ แต่สำหรับ โรเบิร์ต โมเรโน อดีตเฮดโค้ชทีมชาติสเปนวัย 48 ปี เรื่องราวที่เกิดขึ้นที่สโมสร พีเอฟซี โซชิ ในรัสเซีย กลายเป็นบทเรียนราคาแพงที่พิสูจน์ว่า บางครั้ง “ปัญญาประดิษฐ์” อาจกลายเป็น “ปัญหาประดิษฐ์” ได้
เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2025 โซชิประกาศแยกทางกับโมเรโน หลังจากทำผลงานย่ำแย่อย่างหนักในช่วงออกสตาร์ทฤดูกาลใหม่ โดยเก็บได้เพียง 1 คะแนนจากการลงสนาม 7 นัดแรก รั้งอันดับบ๊วยของตาราง
ในตอนแรก สาเหตุการปลดดูเหมือนเป็นเรื่องฟุตบอลเพียวๆ คือ ผลงานไม่เข้าเป้า แต่หลังจากนั้นไม่นาน อันเดร ออร์ลอฟอดีตผู้อำนวยการทั่วไปของโซชิ ได้ออกมาทิ้งระเบิดลูกใหญ่ผ่านสื่อว่า เบื้องหลังความล้มเหลวครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของแทคติกในสนาม แต่มันคือ การที่โมเรโน “พึ่งพา ChatGPT มากจนเกินไป” ในการตัดสินใจสำคัญทุกอย่างของสโมสร จนทำให้ความเชื่อมั่นระหว่างเขากับผู้บริหารและนักเตะพังทลายลง
เรื่องนี้ดูเหมือนเงียบไป จนกระทั่งถูกปลุกขึ้นมากลายเป็นประเด็นร้อนอีกครั้งหลังจากโมเรโนได้ออกมาตอบโต้ข้อกล่าวหานี้ผ่านสื่อใหญ่สเปนอย่าง Marca เมื่อปลายเดือนมกราคม 2026 โดยเขายอมรับว่าใช้เทคโนโลยีช่วยประมวลผลข้อมูลจริง แต่ยืนยันว่าการตัดสินใจสุดท้ายเป็นของมนุษย์ และมองว่าการปล่อยข่าวนี้เป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง ซึ่งเกิดจากความขัดแย้งส่วนตัวกับผู้บริหาร
อดีตโค้ชทีมชาติสเปนผู้หลงใหลเวทมนตร์ AI
ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เรื่องนี้ถูกขยายอย่างหนักบนหน้าสื่อและสังคมโซเชียล เพราะแม้เกิดประเด็นอื้อฉาวกับสโมสรเล็กๆ ในลีกรัสเซีย ซึ่งเพิ่งก่อตั้งทีมเมื่อปี 2018 หลังจาก ดีนาโม เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก ย้ายทีมมาปักหลักถิ่นฐานใหม่ในเมืองโซชิ แต่โมเรโนมีโปรไฟล์ไม่ธรรมดา เคยเป็นผู้ช่วยของ หลุยส์ เอ็นริเก ทั้งระดับสโมสรและทีมชาติสเปน ทั้งยังเคยคุมทีมกระทิงดุ 9 นัดในปี 2019 ช่วงที่เอ็นริเกลาออกเนื่องจากมีปัญหาครอบครัว สามารถพาทีมผ่านเข้ารอบฟุตบอล ยูโร 2020 ก่อนที่เอ็นริเกกลับไปรับตำแหน่งเดิม

ขอบคุณภาพจาก https://www.marca.com/en/football/spanish-football/2019/11/22/5dd832baca4741bb568b4627.html
โมเรโนเกิดวันที่ 19 กันยายน 1977 ที่เมืองเล็กๆ ของเขตบาร์เซโลนา ไม่มีบันทึกประวัติการเล่นฟุตบอลมากนัก เคยเล่นตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลางให้ทีมบ้านเกิด ลา ฟลอริดา ซีเอฟ และเริ่มสนใจการเป็นโค้ชตั้งแต่อายุเพียง 14 ปี เมื่อครูพลศึกษาขอให้เขาช่วยในชั้นเรียน เขาเริ่มคุมทีมเยาวชนของ ลา ฟลอริดา ร่วมกับ อันโตนิโอ คามาโช ขณะอายุ 16 ปีเท่านั้น
โมเรโนเริ่มต้นอาชีพโค้ชอย่างเป็นทางการในปี 2003 ที่สโมสร Penya Blaugrana Collblanc เป็นผู้จัดการทีมอายุน้อยที่สุดในสเปน และย้ายไปคุมทีมระดับอะคาเดมีอีก 4 สโมสร ก่อนได้คุมทีมชุดใหญ่ที่ Castelldefels ในปี 2006 และถูกปลดในเดือนมีนาคมปีถัดมา
หลังจากทำงานเป็นแมวมองให้กับบาร์เซโลนาระหว่างฤดูกาล 2010–11 โมเรโนไปทำงานเป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีมของเอ็นริเกที่โรมา (2011–2012), เซลตา (2013–2014) และ บาร์เซโลนา (2014–2017) จากนั้นทำหน้าที่ผู้ช่วยของ ฆวน การ์ลอส อุนซูเอ ที่เซลตา ก่อนกลับไปร่วมทีมชาติสเปนกับเอ็นริเกในเดือนกรกฎาคม 2018
หลังจากเอ็นริเกต้องลาออกเนื่องจากลูกสาวป่วย โมเรโนก้าวขึ้นมาคุมทีมชาติในเกมชนะมอลตา 2-0 เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2019 ตามด้วยแมตช์กับหมู่เกาะฟาโรและสวีเดน ก่อนได้รับการแต่งตั้งเป็นหัวหน้าโค้ชอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 19 มิถุนายนของปีนั้น
โมเรโนเซ็นสัญญาจนถึงสิ้นสุดการแข่งขันยูโร 2020 แต่เพียงห้าเดือนต่อมา โมเรโนก็ลาออกและถูกแทนที่โดยเอ็นริเก แม้มีสถิติไร้พ่ายและพาทีมผ่านเข้ารอบสุดท้ายของ ยูโร 2020 ก็ตาม มีผลงานกับสเปน ชนะ 7 นัด เสมอ 2 นัด ได้ 29 ประตู เสีย 4 ประตู
หลังจากคุมทีมโมนาโก (2019-2020) และกรานาดา (2021-2022) โมเรโนได้รับการว่าจ้างจากสโมสรโซชิเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2023 และแยกทางกันเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2025 มีผลงานคุมทีม ชนะ 21 นัด เสมอ 21 นัด แพ้ 20 นัด ได้ 98 ประตู เสีย 83 ประตู
หลายเดือนหลังจากการจากไป สโมสรโซชิเปิดเผยว่า โมเรโนพึ่งพาเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ ChatGPT อย่างมากในฐานะส่วนสำคัญของการวางแผนด้านกีฬาและโลจิสติกส์ ซึ่งเป็นวิธีการทำงานที่ก่อให้เกิดความกังวลภายในเกี่ยวกับความเป็นผู้นำของเขา
กระบวนการทำงานที่ Prompt นำสมองมนุษย์
จากรายงานและคำบอกเล่าของแหล่งข่าวภายใน โมเรโนไม่ได้ใช้ AI เพียงแค่ช่วยสรุปข้อมูล แต่ใช้มันเปรียบเสมือน “ผู้ช่วยมือขวา” ที่มีอำนาจตัดสินใจเหนือทีมงานสตาฟฟ์โค้ชที่เป็นมนุษย์จริงๆ โดยตัวอย่างของกระบวนการทำงานที่น่าเหลือเชื่อมีดังนี้
การวางแผนตารางฝึกซ้อมและเดินทาง: ออร์ลอฟเปิดเผยว่า โมเรโนป้อนพารามิเตอร์ต่างๆ ของทีมลงใน ChatGPT เพื่อให้คำนวณตารางเวลา แม้กระทั่งการเดินทางไกลไปเยือนเมือง Khabarovsk ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้คือ แผนการเดินทางที่ทำให้นักเตะต้องอดนอนต่อเนื่องถึง 28 ชั่วโมง จนสโมสรต้องรีบสั่งแก้แผนก่อนเกิดความเสียหาย
การเลือกตัวผู้เล่นและการเปลี่ยนตัว: มีรายงานว่าโมเรโนใช้ AI ในการช่วยตัดสินใจเลือก 11 ผู้เล่นตัวจริง รวมถึงการคำนวณว่าควรเปลี่ยนตัวผู้เล่นคนไหนออกในนาทีที่เท่าไหร่ โดยอิงจากข้อมูลสถิติที่ป้อนเข้าไปในแชทบอท
การซื้อขายนักเตะ: กรณีที่อื้อฉาวที่สุดคือ การเซ็นสัญญากับ อาร์เทอร์ ชูเชนาเชฟ กองหน้าชาวคาซัคสถาน โดยมีการระบุว่า โมเรโนได้นำข้อมูลสถิติจาก Wyscout ของตัวเลือกกองหน้า 3 คน ป้อนให้ ChatGPT วิเคราะห์ และ AI ตัวนี้ก็ได้ฟันธงว่า ชูเชนาเชฟคือตัวเลือกที่ดีที่สุด ผลลัพธ์คือเขาทำประตูไม่ได้เลยจากการลงสนาม 10 นัด
การใช้ AI ในฟุตบอลไม่ใช่เรื่องผิด แต่มุมมองของโมเรโนนั้นถูกวิเคราะห์ว่า “ล้นเกิน” จนเสียสมดุลมุมมอง สิ่งที่โมเรโนคาดหวัง กลับกลายเป็นผลเสียที่เกิดขึ้นจริง เช่น AI ไม่รู้ว่านักเตะล้าแค่ไหน หรือสภาพจิตใจเป็นอย่างไร, เป็นการลดทอนบทบาทของทีมงานโค้ช ซึ่งอาจรู้สึกไร้ค่าเพราะโค้ชฟัง AI มากกว่าคนทำงานจริง และสามารถเกิดความผิดพลาดทางตรรกะเช่น แผนการเดินทางที่ทำให้คนไม่ได้นอน ซึ่ง AI มองเป็นตัวเลข แต่มนุษย์ทำไม่ได้จริง
AI ทำให้ทีมดูดีบนกระดาษ ไม่ใช่สนามหญ้า
หากกางแผ่นพับสถิติของโมเรโนในช่วงที่คุมโซชิ จะเห็นความย้อนแย้งที่น่าสนใจในเชิงตัวเลขโดย “เชิงรุก” ทีมดูเหมือน “ดูดีในกระดาษ” แต่ความเป็นจริงในสนามกลับเป็นหายนะที่ AI ก็อาจคำนวณพลาด
ครองบอลเหนือชั้น แต่ไร้ซึ่งจังหวะจบ : สถิติที่น่าตกใจที่สุดคือ การครองบอล โซชิภายใต้การคุมทีมของโมเรโนมีสถิติการครองบอลเฉลี่ยสูงถึง 62-65% ต่อเกม ซึ่งสูงเป็นอันดับต้นๆ ของลีกรัสเซีย (RPL) ในช่วงนั้น แม้ครองบอลมาก แต่ค่า xG หรือโอกาสทำประตูที่คาดหวังกลับต่ำเตี้ย ทีมมักส่งบอลไปมาในแนวขวางและแดนตัวเอง (U-shape passing) โดยไม่มีการเจาะเข้าพื้นที่อันตราย
ในสายตาของนักวิเคราะห์เกมมองว่า นี่คือลักษณะเด่นของการวางแผนแบบ “ยึดติด Logic” มากเกินไปโดย AI อาจจะบอกว่า การครองบอลคือการป้องกันที่ดีที่สุด แต่ในโลกความจริง ถ้าไม่มีตัวรุกที่สร้างสรรค์เกมหรือการกล้าได้กล้าเสีย ผลลัพธ์คือการจ่ายบอลที่ไร้ความหมาย

ขอบคุณภาพจาก https://en.pfcsochi.ru/mediabank/2340/2403/
Defensive High Line เป็นจุดบอด : โมเรโนมักสั่งให้แผงหลังดันขึ้นสูงเกือบครึ่งสนามตามสไตล์ฟุตบอลสเปนยุคใหม่เพื่อบีบพื้นที่คู่แข่ง ผลที่ตามมาคือ โซชิเสียประตูจากการโดนสวนกลับสูงถึง 70% ของประตูที่เสียทั้งหมด นักเตะกองหลังของโซชิไม่ได้มีความเร็วพอที่จะวิ่งแข่งกับกองหน้าคู่แข่งในพื้นที่ว่างด้านหลัง
นักวิเคราะห์เกมให้ความคิดเห็นต่อเรื่องนี้ว่า เป็นการดื้อรั้นใช้แผนเดิมซ้ำๆ ของโมเรโน แม้สถิติการเสียประตูฟ้องชัดเจน แสดงให้เห็นว่ากุนซือชาวสเปนอาจเชื่อ โมเดลการเล่นที่สมบูรณ์แบบในอุดมคติ ซึ่ง AI มักประเมินผลลัพธ์จากสถานการณ์ที่ทุกอย่างควบคุมได้ มากกว่าที่จะปรับตัวตามศักยภาพจริงของนักเตะที่มีอยู่
การเปลี่ยนตัวตาม Script ไม่ใช่ Game Flow : ข้อมูลจากนักวิเคราะห์เกมในรัสเซียระบุว่า การเปลี่ยนตัวของโมเรโนมีความเป็นแบบแผน จนเดาทางได้ง่ายเกินไป เขามักเปลี่ยนตัวผู้เล่นในนาทีที่ 60, 70 และ 80 เกือบทุกนัด โดยไม่สนว่าโมเมนตัมของเกมขณะนั้นเป็นอย่างไร
ตัวอย่างเช่นในเกมที่โซชิต้องการประตูอย่างหนัก แทนที่จะส่งกองหน้าเพิ่มเพื่อกดดัน โมเรโนกลับเลือกเปลี่ยนตำแหน่งต่อตำแหน่ง ตามคำแนะนำของข้อมูลสถิติที่ระบุว่า นักเตะคนนั้นๆ เริ่มมีค่าพลังความอึด (Stamina) ลดลงเหลือต่ำกว่า 60%
ความล้มเหลวในการเสริมผู้เล่น : การเซ็นสัญญากับชูเชนาเชฟ คือหลักฐานชิ้นเอก โดย Data บอกว่า ชูเชนาเชฟมีสถิติการชนะดวลโหม่งและการหาตำแหน่งที่ดีเยี่ยมในลีกอิสราเอล แต่ความจริงคือ เขาไม่สามารถปรับตัวเข้ากับความเร็วและความเคี่ยวของกองหลังในลีกรัสเซียได้ สถิติส่วนตัวหลังย้ายมาคือ ยิงประตู 0 จ่ายแอสซิสต์ 0 จากโอกาสลงสนามต่อเนื่อง ซึ่งปกติแล้วโค้ชที่เป็นมนุษย์จะสังเกตเห็นความมั่นใจที่หดหาย ได้เร็วกว่าตัวเลขสถิติ และควรดรอปไว้ข้างสนามให้เร็วกว่านี้
สโมสรล้างภาพทีมที่คุมโดยโค้ชปัญญาประดิษฐ์
หลังแยกทางโมเรโนในเดือนกันยายน 2025 โซชิได้ทำการยกเครื่องการบริหารทีมใหม่เพื่อสลัดภาพลักษณ์ทีมที่คุมโดย AI ออกไป โดยแต่งตั้ง อิกอร์ โอซินคิน กุนซือมากประสบการณ์วัย 60 ปี เข้ามาทำหน้าที่เฮดโค้ชจนกระทั่งสิ้นสุดฤดูกาล 2025-26 โดยมีช่วงเบรกฤดูหนาวนาน 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคม 2025 ถึง 27 กุมภาพันธ์ 2026
ทีมสตาฟฟ์ชุดปัจจุบันได้เลือกใช้วิธี “Back to Basics” หรือการกลับสู่รากเหง้าของฟุตบอลที่เป็นมนุษย์ เพื่อแก้ปัญหาแท็กติกที่เคยพังทลาย เริ่มจากการบริหารด้วยความสัมพันธ์ ซึ่งปัญหาใหญ่ที่สุดในยุคโมเรโนคือ สตาฟฟ์โค้ชและนักเตะรู้สึกเหมือนเป็นเพียงหุ่นยนต์ ที่ทำตามคำสั่ง ChatGPT โอซินคินได้แก้ปัญหานี้โดยให้อำนาจสตาฟฟ์โค้ชชุดใหม่ มีอิสระในการนำเสนอแผนการเล่นและการฝึกซ้อม ไม่ใช่แค่คนถือแท็บเล็ตคอยกดปุ่มเหมือนแต่ก่อน อีกทั้งยังเน้นเรื่องจิตวิทยาและการสร้างความมั่นใจให้นักเตะที่เคยเสียขวัญจากการถูกประเมินผ่านตัวเลขเพียงอย่างเดียว

ขอบคุณภาพจาก https://en.iz.ru/en/1946547/2025-09-01/igor-osinkin-became-head-coach-fc-sochi
เรื่องที่ 2 เป็นการใช้แทคติกแบบเน้นผลลัพธ์จริง โอซินคินกลับเปลี่ยนมาใช้แผนที่สอดคล้องกับสภาพจริงของลีกรัสเซีย ต่างจากโมเรโนที่ยึดติดกับการครองบอลที่ AI บอกว่าดี
กุนซือวัย 60 ปี ลดเกมรุกที่เสี่ยงตาย ยกเลิกการดันแนวรับขึ้นสูงเกินไป เพื่อป้องกันการโดนสวนกลับ ซึ่งเคยเป็นจุดอ่อนร้ายแรงที่ทำให้เสียประตูถึง 70% ในยุคโมเรโน นอกจากนี้แทนที่การให้ AI คำนวณความล้า สตาฟฟ์ชุดใหม่ใช้การสังเกตการณ์ในสนามร่วมกับข้อมูล GPS เพื่อปรับระดับความหนักของการซ้อมแบบวันต่อวัน
ประเด็นที่คนนอกให้ความสนใจเป็นอันดับต้นๆ คือ การวางแผนเดินทางจากกรณีฉาว 28 ชั่วโมงไปยัง Khabarovsk จนนักเตะไม่ได้นอน ทีมสตาฟฟ์ชุดปัจจุบันได้เปลี่ยนกระบวนการจัดตารางเดินทางใหม่ ถึงแม้ข้อมูลสถิติและการคำนวณระยะทางยังถูกนำมาใช้ แต่ต้องผ่านการตรวจสอบและอนุมัติโดยทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านสรีรวิทยาของสโมสรก่อนเสมอ เพื่อรับรองว่านักเตะจะได้พักผ่อนอย่างเพียงพอตามธรรมชาติของมนุษย์
อย่างไรก็ตาม แม้โอซินคินพยายามกอบกู้สถานการณ์ แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นในช่วงต้นฤดูกาลนั้นหนักหนามาก ปัจจุบันโซชิยังคงอยู่อันดับที่ 16 รั้งท้ายรัสเซียพรีเมียร์ลีก โดยมีเพียง 9 คะแนนจากการลงสนาม 18 นัด แต่สถิติการเสียประตูของทีมเริ่มลดลง และสปิริตในห้องแต่งตัวได้รับการรายงานว่าดีขึ้นกว่ายุคที่มีโค้ชเงาเป็น AI อย่างเห็นได้ชัด
แม้ในภายหลัง โมเรโนออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาบางส่วนผ่านสื่อสเปน โดยระบุว่าใช้เทคโนโลยีเพียงเพื่อช่วยจัดการข้อมูลเท่านั้น แต่ภาพจำที่เขาทิ้งไว้ในรัสเซียได้กลายเป็นคดีตัวอย่างที่น่าสนใจในวงการฟุตบอลโลก
บทสรุปที่ได้จากเรื่องนี้ชัดเจนมากว่า “AI คือผู้ช่วยที่ยอดเยี่ยม แต่เป็นเจ้านายที่ยอดแย่” ฟุตบอลยังคงเป็นเรื่องของ “คน” ที่ต้องบริหารจัดการ “คน” ดังนั้นการที่กุนซือละทิ้งสัญชาตญาณ ประสบการณ์ และความสัมพันธ์ในห้องแต่งตัว เพื่อไปเชื่อฟังแชทบอทเพียงอย่างเดียว ย่อมนำไปสู่จุดจบที่ความล้มเหลว
สำหรับโมเรโน ในวัย 48 ปี นี่คือรอยด่างพร้อยครั้งใหญ่ที่เจ้าตัวต้องพิสูจน์ตัวเองใหม่ว่า ยังเป็น “กุนซือสมองเพชร” คนเดิม ไม่ใช่แค่ “ผู้ใช้งาน AI” ที่หลงทางในโลกฟุตบอล
เรียบเรียง : ฐปน วันชูเพลา (Senior Football Writer)

Senior Football Editor