set-piece coach หรือโค้ชผู้เชี่ยวชาญลูกตั้งเตะ เป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมในวงการฟุตบอลช่วง 10 ปีที่ผ่านมาโดยเฉพาะพรีเมียร์ลีก ลูกฟรีคิกและลูกเตะมุม รวมถึงลูกทุ่มจากข้างสนาม เป็นตัวแปรสำคัญที่สร้างความได้เปรียบและความแตกต่างให้ผลแข่งขัน แม้โค้ชตำแหน่งนี้มีระดับความสำคัญที่เพิ่มขึ้น แต่ยังเป็นเรื่องเกินคาดที่โค้ชเซตพีชถูกโปรโมทขึ้นเป็นหัวหน้าโค้ชของสโมสรระดับเทียร์ 1 ของอังกฤษ
เบรนท์ฟอร์ดแต่งตั้ง คีธ แอนดรูว์ส เป็นหัวหน้าโค้ชด้วยสัญญา 3 ปีหลังจากโธมัส แฟรงค์ ลาออกไปคุมทีมสเปอร์ส โดยแอนดรูว์ส วัย 44 เพิ่งเข้ามาทำงานกลางปี 2024 ดูแลลูกตั้งเตะให้แฟรงค์หลังจากเคยอยู่ในสตาฟฟ์โค้ชของเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด, เอ็มเค ดอนส์ และทีมชาติไอร์แลนด์
ก่อนหน้านี้ “เดอะ บีส์” มีข่าวเชื่อมโยงกับผู้จัดการทีมหลายคนอาทิ คีแรน แมคเคนนา ของอิปสวิช และฟรานเชสโก ฟาริโอนี ซึ่งเพิ่งอำลาอาแจกซ์ แม้การตัดสินใจของเจ้าของสโมสร แมทธิว เบนแฮม ที่มอบหมายงานสำคัญให้โค้ชที่ไม่มีประสบการณ์คุมทีมชุดใหญ่ เป็นความเสี่ยง แต่ไม่ได้ห่างไกลจากสิ่งที่เคยเกิดขึ้นกับเบรนท์ฟอร์ด
นโยบายของเบรนท์ฟอร์ดคือพลักดันคนใน
ธันวาคม 2016 เบรนท์ฟอร์ด ทีมในแชมเปียนชิพขณะนั้น ดึงแฟรงค์มาเป็นผู้ช่วยของดีน สมิธ เพื่อเป็นสะพานเชื่อมให้นักเตะเปลี่ยนผ่านจากทีมบีขึ้นชุดใหญ่อย่างราบรื่น จนกระทั่งตุลาคม 2018 สโมสรได้เลื่อนเขาขึ้นเป็นหัวหน้าโค้ชแทนสมิธที่ออกไปคุมทีมแอสตัน วิลลา หลังจากระหว่างปี 2008 – 2016 แฟรงค์เคยมีประสบการณ์ชุดใหญ่กับทีมชาติเดนมาร์ก ยู 16-17-19 และบรอนด์บี

ขอบคุณภาพจาก https://www.brentfordfc.com/en/news/article/first-team-thomas-frank-brentford-head-coach-six-year-anniversary
แฟรงค์พาเบรนท์ฟอร์ดขึ้นสู่พรีเมียร์ลีกในซีซัน 2021-22 เป็นการเล่นบนสังเวียนลีกสูงสุดครั้งแรกของสโมสรนับตั้งแต่ซีซัน 1946-47 โดยระหว่าง 4 ปี “เดอะ บีส์” จบฤดูกาลด้วยอันดับ 13, 9, 16 และ 10 ตามลำดับ
สำหรับแอนดรูว์ นับจากมิถุนายน 2015 เขาเป็นผู้จัดการทีมพรีเมียร์ลีกคนที่ 98 ที่ทำหน้าที่ถาวร (ไม่นับรักษาการหรือชั่วคราว) แต่เป็นคนที่ 6 ที่คุมทีมชุดใหญ่ครั้งแรกในชีวิตถัดจาก ไมค์ ฟีแลนด์ (ฮัลล์, 2016), เครก เชคสเปียร์ (เลสเตอร์, 2017), สกอตต์ พาร์คเกอร์ (ฟูแลม, 2019), มิเกล อาร์เตตา (อาร์เซนอล, 2019) และแกรี โอนีลล์ (บอร์นมัธ, 2019) แต่มีเพียงพาร์เกอร์กับอาร์เตตาที่ทำงานนานกว่า 7 เดือน
ลีออล โธมัส บรรณาธิการข่าวของ Sky Sports ให้ความเห็นว่า แม้แฟนบอลมองว่าเป็นการเสี่ยงที่ให้แอนดรูว์คุมทีมชุดใหญ่ แต่ในมุมของสโมสรเชื่อว่า การแต่งตั้งบุคคลภายนอกอาจมีความเสี่ยงมากกว่า
แอนดรูว์ ซึ่งเข้ามาอยู่ในสตาฟฟ์โค้ชเมื่อฤดูร้อนปีที่แล้ว เป็นที่ยอมรับนับถือภายในสโมสร และเวลา 1 ปี เขารู้จักผู้เล่นและมีความเข้าใจระบบการเล่นต่างๆของเบรนท์ฟอร์ดเป็นอย่างดี ซึ่งเป็นเหตุผลเดียวกับตอนที่แฟรงค์ขึ้นมาคุมทีมแทนสมิธ โดยช่วง 16 ปีในฐานะนักเตะ แอนดรูว์ติดทีมชาติไอร์แลนด์ 35 นัด และเคยเล่นให้วูลฟ์แฮมป์ตัน, เอ็มเค ดอนส์, แบล็คเบิร์น และโบลตัน
ย้อนดูประวัติศาสตร์สโมสร เบรนท์ฟอร์ดมักสนับสนุนการเลื่อนตำแหน่งจากบุคลากรภายในมาโดยตลอด ไม่ว่าผู้นั้นจะมีประสบการณ์ชุดใหญ่มาก่อนหรือไม่ แฟรงค์เป็นตัวอย่างล่าสุดจากกุนซือ 5 คนที่ถูกโปรโมทภายในสโมสรและพาทีมเลื่อนชั้นได้
4 คนก่อนหน้าแฟรงค์ได้แก่ มาร์ก วาเบอร์ตัน ผู้อำนวยการฝ่ายกีฬา, แอนดี สกอตต์ แมวมองทีมชุดใหญ่, รอน โนอาเดส เจ้าของสโมสร และฟิล โฮลเดอร์ ผู้ช่วยผู้จัดการทีม
แซม บลิทซ์ นักวิเคราะห์เกมของ Sky Sports ระบุว่า ความปรารถนาที่จะสานงานได้อย่างต่อเนื่องและสร้างเส้นทางในพรีเมียร์ลีกที่แฟรงค์เริ่มต้นไว้ คือเหตุผลหลักที่เบรนท์ฟอร์ดเลือก “คนใน”
แต่คำถามคือ ทำไมต้องเป็นแอนดรูว์?
ลูกตั้งเตะมีส่วนสำคัญต่อรูปแบบการเล่น
สัปดาห์สุดท้ายของเดือนเมษายน 2025 แฟรงค์ได้นำเสนอการทบทวนผลงานซีซัน 2024-25 ในการประชุมของสตาฟฟ์โค้ชร่วมกับ เบน ไรอัน ผู้อำนวยการฝ่ายประสิทธิภาพระดับสูง โดยให้มุมมองต่อจุดที่จะต้องปรับปรุงในฤดูกาลหน้า
งานวางรากฐานและการเตรียมการได้เริ่มดำเนินการแล้ว และแอนดรูว์ ซึ่งอยู่ในที่ประชุมนั้นด้วย มีหน้าที่นำแผนงานดังกล่าวไปปฏิบัติ เหตุผลที่ต้องเป็นแอนดรูว์เพราะเซตพีชเป็นกุญแจดอกสำคัญในระบบการเล่นของเบรนท์ฟอร์ด

ขอบคุณภาพจาก https://www.premierleague.com/news/4141600
นับตั้งแต่แอนดรูว์รับตำแหน่งเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2024 จาก 66 ประตูในพรีเมียร์ลีก ซีซัน 2024-25 มาจากลูกตั้งเตะ 14 ลูก เป็นรองเพียงอาร์เซนอล (17), พาเลซ (17), ฟอเรสต์ (17), วิลลา (16), ไบรท์ตัน (15) และเอฟเวอร์ตัน (15)
.
เบรนท์ฟอร์มมีค่า xG หรือความเป็นไปได้ของการเกิดประตูจากลูกเซตพีช 16.71 สูงเป็นอันดับ 3 และเสียประตูจากลูกตั้งเตะน้อยที่สุด เพียง 3 ลูก อันดับ 2 คือ แมนฯซิตี (6) อีกทั้งทีมของแฟรงค์ยังเป็นที่กล่าวขวัญจากการจู่โจมอย่างรวดเร็วตั้งแต่เสียงนกหวีดแรกดังขึ้น แน่นอนวิธีการของแอนดรูว์มีส่วนอย่างมากต่อกลยุทธ์ดังกล่าว
พรีเมียร์ลีก 3 นัดติดต่อกันระหว่างวันที่ 14-28 กันยายน 2024 เบรนท์ฟอร์ดได้ประตูจากแมนฯซิตี (เยือน), สเปอร์ส (เยือน) และเวสต์แฮม (เหย้า) หลังการแข่งขันเริ่มไปเพียง 22, 23 และ 38 วินาทีตามลำดับ จากนั้นนัดถัดมา วันที่ 5ตุลาคม ซึ่งเบรนท์ฟอร์ดชนะวูลฟ์ส 5-3 นาธาน คอลลินส์ ใช้เวลาแค่ 76 วินาทีของแมตช์ ส่งลูกหนังซุกก้นตาข่าย
แมทธิว อัพสัน อดีตกองหลังทีมชาติอังกฤษวัย 46 ปี ซึ่งเคยเล่นกับแอนดรูว์ในทีมไบรท์ตันเมื่อซีซัน 2013-14 และเคยเล่นให้แอนดรูว์ขณะคุมทีมเอ็มเค ดอนส์ เมื่อปี 2015 ให้สัมภาษณ์กับ BBC Sport ว่า
“การแต่งตั้งลักษณะนี้เป็นเรื่องหายากและมีความเสี่ยง แต่ก็เป็นเรื่องน่าตื่นเต้นเช่นกัน ถือเป็นความก้าวหน้าอย่างแท้จริงในอาชีพของคีธ ผมรู้จักเขาดีและรู้ว่าทำไมเขาถึงได้รับโอกาสนี้”
“สิ่งที่ผมอยากบอกจากช่วงที่ทำงานร่วมกับคีธคือ เขาทำให้ทุกอย่างดูเรียบง่ายในแบบที่เขามองเกมในฐานะผู้เล่น ด้วยวิธีมองเกมบวกวิธีคิดในฐานะโค้ช ทำให้สไตล์ของเขาเหมาะกับเบรนท์ฟอร์ดแน่นอน สามารถสานต่อแนวทางของแฟรงค์ได้อย่างแนบเนียน เพราะมันเป็นวิธีที่พวกเขาเล่นกันอยู่แล้ว”
โอเพนเลย์หลังคิกออฟและลูกทุ่มไกล
ผลงานของโค้ชเซตพีชจากลูกคอนเนอร์และลูกฟรีคิกเป็นภาพที่พบเห็นเป็นปกติ แต่การทำประตูจากลูกคิกออฟหรือการเขี่ยลูกเปิดเกมยังเป็นอีกรูปแบบหนึ่งของเซตพีช และยังสะท้อนให้เห็นถึงวิธีการเล่นของเบรนท์ฟอร์มที่แอนดรูว์มีอิทธิพลอย่างมาก
ตัวแปรสำคัญของการทำสกอร์จากคิกออฟในเชิงแทคติกคือ ความสามารถในการเพรสซิ่ง ในพรีเมียร์ลีกซีซัน 2024-25 ผู้เล่น “เดอะ บีส์” มีสถิติเพรสซิ่งสูงเป็นลำดับต้นๆ มิคเคล ดามส์การ์ด มีจำนวน presser 1,003 ครั้ง และ counter presser 248 ครั้ง ขณะที่ ไบรอัน เอ็มเบอโม ทำผลงาน 877 ครั้ง และ 267 ครั้งตามลำดับ ดามส์การ์ดและเอ็มเบอโมยังมีค่า xG จากเพรสซิ่ง 11.6 และ 9.9 ประตูตามลำดับอีกด้วย

ขอบคุณภาพจาก https://the18.com/soccer-entertainment/football-margins-divisive-history-long-throw-and-its-auspicious-future
มาร์ก เอสเตอบาน อดีตนักวิเคราะห์เซตพีช ซึ่งทำงานกับเบรนท์ฟอร์ดเป็นเวลา 2 ปีก่อนย้ายไปทำงานให้นิว อิงแลนด์ เรโวลูชัน เมื่อกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กล่าวกับ Sky Sports ว่า “มันไม่ใช่ลูกตั้งเตะแต่เป็นโอเพนเพลย์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับเกมรุกที่ดุดัน ทำให้แน่ใจว่าอยู่ใกล้กับบอลสอง บนพื้นที่ที่เต็มไปด้วยผู้เล่นแต่ต้องรู้ว่าบอลจะไปไหน จากนั้นส่งผู้เล่นไปยังกรอบเขตโทษ พยายามครอสบอล ความสำคัญอยู่ที่การสร้างสถานการณ์ให้เกิดขึ้นเร็วที่สุด”
แอนดรูว์ยังมีส่วนกับลูกทุ่มที่มีประสิทธิภาพของเบรนท์ฟอร์ดจากการทำงานอย่างใกล้ชิดกับโธมัส โกรนเนมาร์ก โค้ขบอลทุ่มชื่อดัง ซึ่งลิเวอร์พูลเคยว่าจ้างช่วงที่เยอร์เกน คลอปป์ เป็นผู้จัดการทีม
ซีซัน 2024-25 “เดอะ บีส์” ทำได้ 6 ประตูจากการทุ่มไกล เทียบกับอีก 19 ทีมในพรีเมียร์ลีกที่ทำรวมกันได้แค่ 2 ประตู ขณะที่ โยฮัน วิสซา ศูนย์หน้าวัย 28 ของเบรนท์ฟอร์ดคนเดียวทำได้ถึง 4 ประตู
เทียบสถิติลูกทุ่มไกลระหว่างเบรนท์ฟอร์ดกับทีมอันดับ 2 ของหมวดนั้นๆ จำนวนทุ่มไกล 110 / 50 , ประตู 6 / 1 , xG จากการทุ่มไกล 4 / 1 และการยิงจากการทุ่มไกล 31 / 13
บลิทซ์ให้ความเห็นเสริมว่า แอนดรูว์ไม่ได้เป็นเพียงโค้ชลูกตั้งเตะของเบรนท์ฟอร์ดเท่านั้น แต่ยังมีอิทธิพลต่อปรัชญาและวัฒนธรรมที่แฟรงค์สร้างขึ้นให้กับสโมสรอีกด้วย
บุคลิกภาพและความเชื่อมั่นในงานเฮดโค้ช
อัพสัน ยอมรับว่า การแต่งตั้งอดีตเพื่อนร่วมทีมและอดีตบอสของเขาเป็นความเสี่ยง แต่ยังสร้างความสดใหม่ให้เบรนท์ฟอร์ด้วย “นั่นแสดงให้เห็นว่าสโมสรมีศรัทธาในโครงสร้างบริหารจัดการทีมของตนเอง เหมือนตอนที่แต่งตั้งแฟรงค์ต่อจากสมิธ”
อดีตกองหลังทีมชาติอังกฤษยังย้อนความรู้สึกเมื่อครั้งร่วมงานกับแอนดรูว์ที่ไบรท์ตันและเอ็มเค ดอนส์ ว่า “คีธเป็นคนที่เข้ากับคนอื่นได้ง่าย ทำงานร่วมกับนักเตะได้ดี และยังมีการสื่อสารที่เยี่ยมด้วย เขาพูดคุยอย่างมีประสิทธิภาพเมื่ออยู่ในสนาม ซึ่งสามารถเชื่อมโยงกับการฝึกซ้อมของเขา”

“ผมมีโอกาสคุยกับคีธเมื่อ 2-3 สัปดาห์ก่อนตอนที่ทำงานให้ 5 Live ในการแข่งขันของเบรนท์ฟอร์ด เขาเอ่ยปากชมสโมสรและการทำงานร่วมกับแฟรงค์ คีธยังพูดถึงการพัฒนาตัวเองในอาชีพโค้ช”
“จริงอยู่ที่คีธไม่มีประสบการณ์ผู้จัดการทีม แต่เขามีบุคลิกภาพและความเชื่อมั่นที่จะทำหน้าที่นั้นได้ ซึ่งการแสดงออกไม่ใข่เพียงผ่านบทสัมภาษณ์ แต่ยังเห็นได้จากการทำงานให้กับเบรนท์ฟอร์มในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา”
เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว แอนดรูว์เพิ่งยื่นใบสมัครทำหน้าที่ผู้จัดการทีมของเอ็มเค ดอนส์ ซึ่งตอนนี้เล่นอยู่ในลีก ทู แต่ผู้ได้รับเลือกคือ พอล วาร์น อดีตกุนซือของดาร์บี แต่แล้วเกิดสิ่งไม่คาดฝันขึ้นเมื่อแอนดรูว์พบว่าตนเองได้รับการเลื่อนชั้นจากโค้ชเซตพีชเป็นหัวหน้าโค้ช
แอนดรูว์ กุนซือป้ายแดงที่จะอายุครบ 45 ปีในเดือนกันยายนศกนี้ จะเริ่มปฏิบัติหน้าที่ครั้งแรกในวันอาทิตย์ที่ 17 สิงหาคม 2025 ในการแข่งขันพรีเมียร์ลีกนัดเปิดซีซันใหม่ที่ซิตี กราวน์ สนามของทีมฟอเรสต์
เรียบเรียง : ฐปน วันชูเพลา (Senior Football Writer)

Senior Football Editor



































